ประวัติและผลงาน
ข้อมูล นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา

ติดต่อ
แฮปปี้โฮม
contact us 08-2014-7272
08-2014-7272

 
แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
 
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
 
สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ
 

ข้อมูลวิชาการ แฮปปี้โฮม

 
 
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม

ศูนย์วิชาการเพื่อการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น

รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลความรู้ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น

พร้อมทั้งการรับจัดอบรม สัมมนา กิจกรรมวิชาการ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้ ให้กับหน่วยงานที่สนใจ

เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ผู้ปกครอง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
www.happyhomeclinic.com/academy.html

ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม

 

โรคทูเร็ตต์

(Tourette's Disorder)

ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
   
  นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
  จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
     

“สมองจะควบคุมการทำงานของร่างกาย การเคลื่อนไหว และการออกเสียง
ผู้ที่เป็นทูเร็ตต์ จะมีการเคลื่อนไหว หรือการออกเสียง ที่สมองควบคุมไม่ได้
บางครั้งดูเหมือนแกล้งทำ บางครั้งดูเหมือนจงใจ แต่ที่จริงแล้วควบคุมไม่ได้
เปรียบเสมือนรถยนต์ที่เครื่องติดเอง โดยที่เราไม่ได้สตาร์ท
ขับเคลื่อนไปได้เอง โดยที่เราไม่สามารถควบคุมทิศทางได้”

โรคทูเร็ตต์ (Tourette’s Disorder) หรือที่เดิมเรียกว่า “Tourette Syndrome” หรือ “Gilles de la Tourette syndrome” นำมาจากชื่อของ Georges Albert Edouard Brutus Gilles de la Tourette แพทย์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นคนแรกที่บรรยายลักษณะอาการของโรคนี้ ในปี พ.ศ.2428

โรคทูเร็ตต์ เป็นการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช ในกลุ่มความผิดปกติของการพัฒนาระบบประสาท (Neurodevelopmental Disorders) มีการเคลื่อนไหว หรือการส่งเสียง เกิดขึ้นทันทีทันใด ในลักษณะซ้ำๆ โดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ เป็นโรคที่ยังไม่รู้สาเหตุชัดเจน ยังไม่มีวิธีป้องกัน แต่สามารถควบคุมอาการได้

ลักษณะอาการ

การเคลื่อนไหว หรือการส่งเสียง นอกเหนือการควบคุม ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด ในลักษณะซ้ำๆ เรียกว่า “ติ๊ก” (Tic) ถ้าเป็นอาการด้านการเคลื่อนไหว เรียกว่า “Motor Tic” ถ้าเป็นอาการด้านการส่งเสียง เรียกว่า “Vocal Tic”

อาการมีหลายระดับ ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง โดยส่วนใหญ่ จะสังเกตเห็นอาการเพียงเล็กน้อย พบครั้งแรกบริเวณใบหน้า เช่น ตาขยิบ หน้าขมุบขมิบ เป็นต้น อาการที่เป็นมากและสังเกตได้ชัด ถ้าเป็นการเคลื่อนไหว (Motor Tic) เช่น บิดคอ ยักไหล่ สะบัดมือ ต่อย เตะ กระโดด เป็นต้น ถ้าเป็นการส่งเสียง (Vocal Tic) เช่น เสียงขากเสลด ทำเสียงฟึดฟัดคัดจมูก ไอกระแอม เสียงคราง เสียงเห่า จนถึงการพูดคำหยาบคายต่างๆ เป็นต้น

อาการมักเป็นๆ หายๆ อาจเป็นได้หลายครั้งต่อวัน หายไปหลายวันแล้วกลับมาเป็นใหม่ อาการจะลดลงหรือหายไปในเวลานอนหลับ อาการอาจมีการเปลี่ยนลักษณะไปเรื่อยๆ ตามช่วงเวลา แนวโน้มของอาการอาจดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้ ผู้ที่เป็นเพียงเล็กน้อย มักไม่ค่อยใส่ใจกับอาการ และไม่ได้เข้ารับการบำบัดรักษาใดๆ

การวินิจฉัยว่าเป็น “Tourette’s Disorder” จะต้องมี Motor Tic มากกว่า 1 อาการ ร่วมกับ Vocal Tic 1 อาการ (ไม่จำเป็นต้องมีอาการพร้อมกัน) มีอาการบ่อย เป็นๆ หายๆ เป็นเรื้อรัง ต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี โดยไม่มีช่วงที่หายขาดเกิน 3 เดือน เริ่มมีอาการก่อนอายุ 18 ปี โดยที่ไม่ได้เกิดจากสารกระตุ้น สารเสพติด หรือโรคทางสมองอื่น เช่น ไข้สมองอักเสบ, Huntington’s Disease เป็นต้น

อาการ Tic  ทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจตามมา เช่น ความอับอาย ความขัดแย้ง การแยกตัวออกจากสังคม เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาทางร่างกาย เช่น ปวดกล้ามเนื้อ บาดแผล เป็นต้น หรือเป็นอันตรายจากการทำร้ายร่างกายตนเองและผู้อื่นได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดข้อจำกัดในการดำรงชีวิตตามมา

ระบาดวิทยา

พบโรคทูเร็ตต์ ได้ประมาณร้อยละ 1 ของเด็กวัยเรียน (รายงานพบร้อยละ 0.4-3.8 ในช่วงอายุ 5-18 ปี) พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง 2 เท่า พบมากในช่วงวัยเรียน อาการจะเริ่มสังเกตเห็นตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงอายุ 7-10 ปี อาการจะเป็นมากในช่วงวัยรุ่น แล้วค่อยๆ ดีขึ้นช่วงวัยผู้ใหญ่ อาการไม่มีผลทำให้ระดับสติปัญญาลดลง หรือมีอายุขัยสั้นลง

พบว่ามากกว่าร้อยละ 85 มีภาวะอื่นร่วมด้วย ที่พบได้บ่อย คือ โรคย้ำคิดย้ำทำ และสมาธิสั้น รองลงมาได้แก่ ปัญหาการนอน วิตกกังวล และซึมเศร้า

จากการศึกษาลักษณะอาการทางคลินิกและโรคที่พบร่วม ในผู้ป่วยเด็กที่มารับการรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พบอัตราการเกิดโรคในเพศชายมากกว่าหญิง 8.6 เท่า ส่วนใหญ่มาพบแพทย์ในช่วงอายุ 8–9 ปี พบประวัติการเกิดโรค tic ในครอบครัวร้อยละ 24.4 พบโรคสมาธิสั้นด้วยมากที่สุด รองลงไปคือ โรควิตกกังวล บกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และโรคทางอารมณ์ แต่พบโรคย้ำคิดย้ำทำเพียงร้อยละ 8.9

สาเหตุ

ในปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง พบว่าเกี่ยวข้องทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม มีหลักฐานที่เชื่อถือได้แสดงว่า ภาวะนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของยีนได้ ผู้ที่มียีนผิดปกติก็ไม่จำเป็นต้องแสดงอาการทุกราย

พบว่ามีปัญหาในบางตำแหน่งของสมอง ได้แก่ thalamus, basal ganglia และ frontal cortex มีการทำงานผิดปกติผ่านสารเคมีสื่อประสาท ทำให้เซลประสาทมีการกระตุ้นเซลข้างเคียงมากเกิน

ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม หรือปัจจัยทางจิตสังคม ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่มีผลต่อความรุนแรงของอาการ ความเครียด ความอ่อนล้า และการอดนอน เป็นตัวกระตุ้นให้มีอาการรุนแรงขึ้น

การบำบัดรักษา

ในการบำบัดรักษา กุญแจหลักที่สำคัญ คือ การเสริมสร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่ให้สูญเสียไปเนื่องจากอาการที่มี การให้คำปรึกษา การประคับประคองทางจิตใจ รวมถึงการทำจิตบำบัด จึงมีบทบาทสำคัญในการบำบัดรักษา ช่วยลดความเครียด ลดการแยกตัวออกจากสังคม และป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าได้

การให้สุขภาพจิตศึกษากับผู้ป่วย ญาติ และบุคคลใกล้ชิด มีบทบาทสำคัญในการบำบัดรักษา ทำให้เกิดความเข้าใจ ช่วยลดความวิตกกังวล และลดตัวกระตุ้นต่างๆ เน้นที่ความเข้าใจว่าเป็นอาการที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดขึ้นเอง การถามทัก ดุว่า หรือล้อเลียน จะยิ่งทำให้เกิดความเครียด แล้วมีอาการมากขึ้น

การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavioral therapy- CBT) พบว่าสามารถควบคุมอาการได้ จะใช้เทคนิค habit-reversal training โดยฝึกให้ผู้ป่วยจับสัญญาณความรู้สึกขณะเกิดอาการ และตอบสนองด้วยพฤติกรรมที่ควบคุมได้แทน มักจะเลือกใช้ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ยา

พบว่ายาหลายตัวสามารถนำมาควบคุมอาการของโรคได้ แต่ยังไม่สามารถบำบัดรักษาให้หายขาดได้ มักใช้ยาเพื่อควบคุมอาการในกรณีที่มีอาการมาก ยาที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริการับรอง มีเพียง 2 ตัว อยู่ในกลุ่ม Dopamine D2 receptor antagonists คือยา Haloperidol และ Pimozide ส่วนยาในกลุ่ม atypical neuroleptics พบว่ามีประสิทธิผลในการรักษาเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ได้รับการรับรอง

ยาในกลุ่ม alpha2-adrenergic drugs ได้แก่ clonidine และ guanfacine มีการนำมาใช้รักษา แต่ประสิทธิผลน้อยกว่ายากลุ่มแรก นิยมใช้ยา guanfacine เนื่องจากทำให้ง่วงน้อยกว่า และใช้เพียงวันละ 1-2 ครั้ง ในขณะที่ clonidine ใช้วันละ 3-4 ครั้ง

กลุ่มยากันชัก เช่น sodium valproate, clonazepam และ topiramate พบว่ามีการนำมาใช้รักษาเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนในแง่ประสิทธิผลที่ชัดเจน

การฉีด Botulinum Toxin เข้ากล้ามเนื้อ เป็นอีกวิธีที่มีการนำมาใช้ เพื่อลดอาการ Motor Tic โดยเฉพาะการกระตุกของตา คอ หรือไหล่ แต่ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนผลการรักษาด้วยวิธีนี้

การผ่าตัด Deep-Brain Stimulation เป็นการฝังขั้วไฟฟ้าในสมอง เพื่อส่งสัญญาณไปบริเวณที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้อกระตุก มีการนำมารักษาอาการ tic ที่ดื้อต่อการรักษาด้วยยา พบว่ามีประสิทธิผลในการรักษา แต่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง และการติดเชื้อ

ส่วนสำคัญในการรักษา คือ การบำบัดรักษาภาวะที่เกิดร่วมด้วย ซึ่งที่พบบ่อย คือ ย้ำคิดย้ำทำ และสมาธิสั้น การให้ยารักษาร่วมกันจึงมีความจำเป็น

เอกสารอ้างอิง

(1) วินัดดา ปิยะศิลป์, รัตโนทัย  พลับรู้การ และวารุณี  อมรทัต. ลักษณะทางคลินิกของ Tourette’s disorder ในเด็กไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2544; 46(3): 187-194.
(2) Bloch MH, Leckman JF. Tic disorders. In: Lewis’s child and adolescent psychiatry: a comprehensive textbook, 4th ed, Martin A and Volkmar FR, Lewis M, eds. Lippincott: Williams & Wilkins, 2007: pp.569-583.
(3) Kurlan R. Clinical practice Tourette's Syndrome. N Engl J Med. 2010; 363(24): 2332-2338.
(4) The National Tourette Syndrome Association (TSA). http://www.tsa-usa.org/index.html
(5) Tourette Syndrome Fact Sheet. The National Institute of Neurological Disorders and Stroke (NINDS). http://www.ninds.nih.gov/disorders/tourette/detail_tourette.htm (updated November 16, 2011)

 

 

ดาวน์โหลดบทความที่นี่

 
   
     

บทความนี้ยินดีให้นำไปเผยแพร่เพื่อความรู้ได้ โดยกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา

ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. โรคทูเร็ตต์ (Tourette's Disorder). [Online] 2555; Available from: URL: http://www.happyhomeclinic.com/sp07-tourette.htm

 
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
HAPPY HOME ACADEMY

ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
บทความโดย...นายแพทย์ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา

แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
www.happyhomeclinic.com

กลับสู่หน้าแรก

HOME กลับสู่หน้าแรก


www.happyhomeclinic.com

 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ชั้น 7 โซนการศึกษา ห้อง 724
 เลขที่ 99 หมู่ 2 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น HAPPY HOME CLINIC แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
โทรศัพท์ 08-2014-7272, 0-2835-3537 E-mail: happyhomeclinic@yahoo.com
web site: www.happyhomeclinic.com www.facebook.com/happyhomeclinic
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม HAPPY HOME ACADEMY แฮปปี้โฮม อคาเดมี - ศูนย์วิชาการ เพื่อการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น
โทรศัพท์ 0-2835-3538 E-mail: happyhomeclinic@yahoo.com
web site: www.happyhomeclinic.com/academy.html www.facebook.com/happyhomeclinic
สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ SMART D CAMP สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ
โทรศัพท์ 08-3903-9956 โทรสาร 0-2981-2701 E-mail: smartdcamp@yahoo.com
web site: www.smartdcamp.com www.facebook.com/smartdcamp

 

Copyright © 2011-2015 All Rights Reserved.

Powered by HAPPY HOME FAMILY Co., Ltd. Thailand.

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2555